การเอาใจใส่อาการคร่ำเคร่ง

ทุกท่านต่างต้องพบเจอกับความเครียดและความวิตกกังวลบางอย่างในชีวิตประจำวัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดความเข้าใจไม่สบายใจ รู้สึกกลัว หรือร้อนอกร้อนใจเป็นระยะเวลานานแสนนานโดยไม่รู้สึกดีขึ้น นั่นอาจหมายความว่าคุณกำลังเป็นโรควิตกเครียด โรคนี้เป็นโรคที่รักษาได้ แต่ก่อนอื่นเรามาดูว่าโรควิตกเครียดนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นอะไร
 
โรควิตกเครียดนั้นครอบคลุมถึงอาการผิดปกติต่างๆ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นทุกข์ใจ ความกลัว ความหวาดหวั่นและความเครียดใจดังที่กล่าวมาข้างต้น Knowledge สึกต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในบางสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น เวลาที่คุณกำลังรอโทรศัพท์จากผู้ว่าจ้างที่คุณสมัครงานด้วย เพื่อฟังผลว่าคุณจะได้มาการว่าจ้างให้เข้าทำงานหรือไม่ ก็ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิด Knowledge สึกใจคอไม่ค่อยจะดี หรือตอนที่คุณกำลังทำข้อสอบปลายภาคอยู่นั้น คุณก็จะต้องรู้สึกเร้าใจเป็นธรรมดา
 
นั่นหมายความว่า มีคนจำนวนมากที่เป็นโรควิตกเครียดโดยไม่รู้ตัว เส้นแบ่งเขตระหว่างอาการวิตกเครียดธรรมดาทวีความร้ายแรงขึ้นมาเป็นโรควิตกเครียดนั้นไม่ได้มีความชัดเจนเสมอไป ยังไงก็ตาม เราใช้วิธีตัดสินง่ายๆ ว่าคุณอาจเป็นโรควิตกเครียดหาก Knowledge สึกต่างๆ เหล่านั้นเริ่มส่งผลในทางลบต่อชีวิตประจำวัน ถ้าความวิตกเครียดนั้นทำให้คุณนอนไม่หลับหรือทำให้คุณไม่อยากออกไปไหนมาไหนกับพวกพ้องฝูงหรือไม่แม้กระทั่งจะออกจากบ้าน นั่นแสดงว่าคุณอาจเป็นโรควิตกเครียดก็เป็นได้
 
ผู้คนมากมายป่วยเป็นโรควิตกเครียดโดยมักจะรู้สึกลังเลที่จะบอกอาการของตนให้ผู้อื่นรับทราบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนป่วยจะรู้ตัวดีว่าอาการวิตกเครียดของตนนั้นเป็นสิ่งไร้เหตุผล และนั่นอาจทำให้พวกเขารู้สึกอับอายถ้าจะต้องบอกกับใครสักคนว่าตนกำลังมีอุปสรรคอะไร นอกจากนั้นความนึกคิดที่ว่าจะต้องบอกใครสักคนอาจทำให้เกิดความวิตกเครียดมากขึ้นอีก จึงเป็นเรื่องใหญ่มากที่จะต้องไม่ลืมว่า ไม่ใช่คุณเพียงคนเดียวที่มีอุปสรรคนี้ ดังที่กล่าวมาแล้ว 28% ของประชากรวัยทำงานกำลังเป็นโรคนี้ทำนองเดียวกับคุณ ดังนั้นอย่าทนทุกข์ทรมานเก็บเรื่องนี้ไว้เพียงลำพังอีกต่อไป